Early access for Oath of Vanity chapter 6 is up!

ADVER

ภาษาไทยเลื่อนลงไปด้านล่างได้เลยครับ

For those who became my patron, you can find password for the chapter here !

But if you’re not, don’t worry!

Chapter 6 will become PUBLIC 7 days after early access is uploaded, which is 6th February for this chapter!

Also, while you’re waiting, you can check out previous chapters in this site for FREE, or if you prefer to read on other site, there’s also a facebook album and Tapas version!

Thank you for following and supporting me.

-Reptilian


สำหรับคนที่สนับสนุนผมผ่าน Patreon สามารถเข้าไปรับพาสเวิร์ดได้ที่ตรงนี้เลยครับ!

แต่ถ้าเกิดไม่ได้สนับสนุนก็ไม่ต้องกังวลไปครับ

ตอนที่ 6 จะปล่อยให้อ่านฟรีหลังจาก early access ผ่านไปแล้ว 7 วัน หรือก็คือ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ สำหรับตอนนี้ครับ!

นอกจากนี้ ระหว่างที่รอสามารถไปอ่านย้อนได้ฟรี ที่เว็บไซต์นี้ หรือถ้าเกิดชอบอ่านผ่านเว็บอื่นมากกว่า ก็มีอัลบั้มในเฟสบุ๊ค หรือผ่านทางเว็บไซต์ Nekopost ได้เลยครับ!

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผมกันนะครับ

-เรพทิเลียน

Inktober 2019 Day 19: Sling

19

Sling / เชือกรั้ง (ภาษาไทยด้านล่าง)

People usually forgot that other than their own life there’s another thing that’s equally important: The reason to live.

—–
Our lives are hanging on slings called reason to live.

We wake up and appreciate life because we have something to look for, something we need to take care of, a person we want to be, places we want to go, or even foods we want to eat.

When there’s still light in front of us, we always dare to struggle a little longer.

—–
But sadly, not everyone has a chance to see those light.

When every day is a suffering life on a hospital bed,
when every day is fear and anxiety of being abused by people you trusted,
When every day is an endless disappointment and pain, those light will finally disappear.

—–
When life gets heavier, those sling called reason to live will start to snap.

As the last sling breaks, life will turn into a meaningless and suffering prison of your soul. That’s why many chose to end their life by their own hands to stop this endless tormenting life.

—–
That’s why we need to be sympathetic, caring, and supporting to those around us. By helping them build strength to their reason to live, you might save them from their suffering.

And if we push people too hard, whether with words or actions, their last sling might snap along with their lives.

-Reptilian

———————————

หลายๆครั้งแล้วผู้คนมักลืมว่านอกจากการมีชีวิตอยู่แล้ว สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับมนุษย์อีกอย่างก็คือ เหตุผลในการมีชีวิต

—–
พวกเราทุกคนล้วนแขวนชีวิตตัวเองเอาไว้กับเชือกรั้งที่เรียกว่าเหตุผลในการมีชีวิต

พวกเราตื่นขึ้นมาและยิ้มให้กับวันต่อไปได้ก็เพราะเรายังมีอะไรให้คาดหวัง มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ ตัวตนที่อยากจะเป็น สถานที่ที่อยากจะไป ไปจนถึงเรื่องเล็กๆอย่างอาหารที่อยากจะกิน

เมื่อข้างหน้ายังมีแสงสว่าง พวกเราก็พร้อมที่จะทนทุกข์ทรมานกับชีวิตต่อไปอีกสักนิด

—–
แต่มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้รับแสงสว่างนั้น

เมื่อทุกวันคืนคือการทรมานอยู่บนเตียงโรงพยาบาลอย่างไร้จุดหมาย
เมื่อทุกวันคืนคือการหวาดระแวงที่จะถูกทำร้ายจากคนใกล้ตัว
เมื่อทุกวันคืนคือความผิดหวังและความเจ็บปวด แสงสว่างนั้นก็จะค่อยๆริบหรี่ลงเรื่อยๆ

—–
และเมื่อชีวิตของเราหนักขึ้น เชือกที่เรียกว่าเหตุผลในการมีชีวิตก็จะเริ่มขาด

และเมื่อเชือกเส้นสุดท้ายขาดลง ชีวิตของพวกเขาก็จะเป็นเพียงแค่คุกที่ทั้งทรมานและไร้ซึ่งความหมาย ทำให้หลายๆคนเลือกที่จะจบชีวิตด้วยมือของตัวเองก่อนที่จะต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้

—–
มันจึงเป็นเรื่องดีที่เราจะใส่ใจคนรอบข้าง ให้กำลังใจ และสร้างเหตุผลในการมีชีวิตให้กับคนอื่นด้วยความเข้าใจ และไม่ทำร้ายคนที่กำลังเจ็บปวดไปมากกว่านี้

เพราะเราไม่รู้เลยว่าในวันที่เรากระชากเขาด้วยความรุนแรง จะเป็นวันที่เชือกเส้นสุดท้ายของเขาขาดลงรึเปล่า

-Reptilian


Read my manga on wordpress or  Tapas

อ่านมังงะของผมได้ทาง wordpress หรือ Nekopost

Or follow me on

Facebook page   –   Twitter   –   Deviantart   –   Pixiv

Or donate through

Patreon – Ko-fi

Inktober 2019 Day 18: Misfit

18

Misfit / แปลกแยก (ภาษาไทยด้านล่าง)

It’s human nature to be afraid of something different, but it is not an excuse to hurt someone.

—–
Many people have been hurt by those who refuse to acknowledge differences in human.

Some people call me a freak because I have snakes as pets rather than dogs or cats.
I’ve seen people treat others as criminal because their skin color and faces are different.
I’ve seen people call an innocent girl a slut because she was born with a bigger chest size than average.

I’ve seen people accuse an artist of having ill intentions because his art style was different from what people usually see.

——
Under these invisible cages, where the voice of people who refuse to understand is the only voice that matters, many were forced to become a scapegoat and symbol of evilness.

Even when they never harm anyone with their actions and intentions.

——
I wish that one day, I’ll be able to walk in a world where nobody has to be afraid or ashamed of their own body, a world where I can say what I like or dislike without the fear of being called a freak.

But I know that this world doesn’t exist, even in the far future of humanity.

The only thing that I can do is to become a tiny world for someone.
To create a small place for people around me to be free, even if it’s just temporarily.

-Reptilian

———————————-

เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะกลัวในสิ่งที่แตกต่าง แต่ความกลัวนั้นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอามาทำร้ายคนอื่น

—–
บนโลกเรามีเหยื่อมากมายที่ถูกทำร้ายและตีตราว่าชั่วร้าย จากผลพวงของความไม่เข้าใจในความแตกต่าง

ผมเคยถูกหาว่าบ้า เพียงเพราะผมชอบงูมากกว่าสุนัขและแมว
บางคนถูกหาว่าเป็นอาชญากร เพียงเพราะสีผิวและหน้าตาที่แตกต่าง
บางคนถูกหาว่าทำตัวยั่วผู้ชาย เพียงเพราะเธอเกิดมากับหน้าอกที่มีขนาดใหญ่กว่าคนอื่น

แม้กระทั่งงานวาดบางชิ้น ก็ถูกตีตราว่ามีเจตนาที่ชั่วร้าย เพียงเพราะวิธีนำเสนอที่ไม่ได้อยู่ในแบบแผนที่คนส่วนมากต้องการ

—–
ท่ามกลางสังคมที่ตีกรอบให้กับความดีความชั่วอย่างแข็งกระด้าง คนที่แตกต่างจึงตกเป็นเหยื่อของสังคม เป็นแพะรับบาปให้กับสิ่งชั่วร้ายที่กรอบของสังคมสร้างขึ้นเอง

ทั้งๆที่บางครั้ง พวกเขาไม่ได้ไประรานใคร หรือมีเจตนาที่ชั่วร้ายใดๆทั้งนั้น

—–
ผมหวังว่าสักวัน ผมจะได้อยู่ในโลกที่ทุกคนเดินออกไปข้างนอกได้โดยไม่ต้องกังวลว่าร่างกายของเขาจะแตกต่างกับคนอื่นแค่ไหน โลกที่ผมสามารถพูดว่าผมมีความชอบและไม่ชอบอะไรบ้างโดยที่ไม่ต้องกลัวจะถูกมองเป็นคนบ้า

แต่ผมก็รู้ว่าโลกใบนั้น ไม่มีอยู่จริง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปมากแค่ไหนก็ตาม

สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่เป็นโลกเล็กๆให้กับคนอื่นๆในชีวิต เป็นโลกที่สามารถจะให้อิสระกับคนรอบตัวได้ แม้เพียงในช่วงเวลาเล็กๆก็ตาม

-Reptilian


Read my manga on wordpress or  Tapas

อ่านมังงะของผมได้ทาง wordpress หรือ Nekopost

Or follow me on

Facebook page   –   Twitter   –   Deviantart   –   Pixiv

Or donate through

Patreon – Ko-fi

Inktober 2019 Day 17: Ornament

17

Ornament / ของตกแต่ง (ภาษาไทยด้านล่าง)

Without an effective way of learning, knowledge will only become an ornament to your brain, with no other use than decorations.

—–
Sometimes we were taught to remember certain information. We were told that the more people know about things, the more they become clever.

But if we start to look for quantity instead of quality, we’ll begin to look over critical thinking, reasoning, and integrating pieces of information.

Learning will become like a competition of hoarding information as much as you can, neglecting the progress of connecting those dots of knowledge together.

—–
And when that happens, we’ll have so much knowledge and information in our head. But don’t know how to use or practically apply them.

As time passes, those knowledge will hang on the wall of our brain with no uses, proposes, or any benefits to our lives for eternity.

-Reptilian

——————————–

ภายใต้การศึกษาที่ไม่ได้สอนให้ใช้ความคิด ความรู้ก็จะกลายเป็นเพียงแค่เครื่องประดับตกแต่งสมองเพื่อความสวยงามเท่านั้น

—–
บางครั้ง พวกเราถูกสอนให้ท่องจำความรู้บางอย่างเข้าไปในหัว และคนที่ยิ่งท่องจำสิ่งต่างๆได้มากมายก็จะได้รับการเชิดชูว่าเป็นคนหัวดีและฉลาดหลักแหลม

แต่เมื่อเราเลือกปริมาณมากกว่าคุณภาพ สิ่งที่ถูกมองข้ามก็คือ การกระตุ้นให้คิดตามถึงเหตุผล หรือการเชื่อมโยงความรู้นั้นกับสิ่งต่างๆรอบตัว

การเรียนจึงกลายเป็นการแข่งขันสะสมความรู้และกอบโกยข้อมูลให้ได้มากที่สุด แต่ไร้ซึ่งการตกตะกอนความคิด ไร้ซึ่งเส้นที่เชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกัน

—–
และเมื่อเรามีความรู้ประดับเต็มหัวไปหมด แต่กลับไม่รู้จะเลือกมันมาใช้ยังไงหรือในเวลาไหน

ความรู้เหล่านั้นก็จะถูกแขวนไว้อย่างสวยงามในหัวของเราตลอดไป ไม่มีหน้าที่และประโยชน์อื่นใดต่อชีวิตของเรา

– Reptilian


Read my manga on wordpress or  Tapas

อ่านมังงะของผมได้ทาง wordpress หรือ Nekopost

Or follow me on

Facebook page   –   Twitter   –   Deviantart   –   Pixiv

Or donate through

Patreon – Ko-fi

Inktober 2019 Day 16: Wild

16

Wild / สัตว์ป่า (ภาษาไทยด้านล่าง)

Most people are proud of their intelligence that surpasses other species on earth, calling themselves an advance and superior than wild animals.

But they forget that even humans are still moving and living through the hardwired control of our instinct in the same way wild animals do.

—–
When we feel angry, our blood will pump through our veins, calling for our body to seek destruction on those we hate.

When we’re afraid, our body reacts with flight, fight, or freeze reaction, under the string of our unconscious instinct.

And when our heart and mind can’t hold the pressure and stress anymore, we’ll turn to embrace the body and kneel to our wild instinct that we once look down on them.

—–
That’s why it’s a good idea to respect others, from our human neighborhood to a complete alien-looking species on earth.

Because deep inside, we’re the same.
Even if we are different on the surface of appearance and behavior.

-Reptilian

—————————————–
มนุษย์ที่ภาคภูมิใจในสติปัญญา มักดูถูกสิ่งมีชีวิตอื่นว่าต่ำต้อยกว่าตนเอง

โดยพวกเขามักลืมว่าแม้แต่มนุษย์ก็ยังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสัญชาตญาณที่ไม่ต่างไปจากสัตว์ป่า แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม

—–
เมื่อพวกเรารู้สึกโกรธ เลือดของพวกเราก็ยังพุ่งพล่าน ร่างกายของพวกเราก็ยังคงถูกชักใยด้วยความรู้สึกที่อยากจะทำลายล้างทุกสิ่งที่เราเกลียดชัง

เมื่อพวกเรากลัว พวกเราก็ยังตอบสนองด้วยการหนี อยู่นิ่ง หรือจู่โจม วนเวียนอยู่ภายใต้การชักใยของสัญชาตญาณในการมีชีวิตรอด

และเมื่อแรงกดดันหนักอึ้งเกินกว่าที่จิตใจของเราจะรับได้ พวกเราทุกคนล้วนกลับกลายเป็นสัตว์ป่าที่พวกเราเคยดูถูกกันมาก่อน

——
มันจึงเป็นเรื่องดีที่เราจะเคารพเพื่อนร่วมโลกของเรา ทั้งมนุษย์ที่ต่างกับเราในด้านนิสัยและพฤติกรรม และสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกับเราทั้งรูปร่างและสายพันธุ์

เพราะพวกเราทุกคนต่างก็ยังคงเหมือนกัน ลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ
แม้ว่าความคิดและความรู้สึกที่ไหลอยู่ด้านบนจะดูต่างกันแค่ไหนก็ตาม

-Reptilian


Read my manga on wordpress or  Tapas

อ่านมังงะของผมได้ทาง wordpress หรือ Nekopost

Or follow me on

Facebook page   –   Twitter   –   Deviantart   –   Pixiv

Or donate through

Patreon – Ko-fi

Inktober 2019 Day 15: Legend

15

Legend / ตำนาน

In 2003, when I’m still a kid that couldn’t even understand a simple English conversation, I heard a song called Numb and instantly fell in love with Linkin Park.

—–
Back then, I didn’t get any meaning behind each song. I couldn’t even understand most of the grammar and words they’re using.

I just felt that the voice and the melody of each song connect with something deep inside me.

—–
As I grew up and life became more painful to live, each song started to make sense to me.

And every word and sentence that Chester scream become more and more like what I’m feeling inside my chest.

There’s a lot of time I switch to listen to other band, but whenever I feel like I need to go back to somewhere I belong, I always put on my headphones and listen to my Linkin Park playlist.

—–
On 20th July 2017, when I first heard the news about Chester, I didn’t feel anything. It just like my heart and mind couldn’t comprehend what happened.

It took me almost a whole day to be able to feel the sadness and cry, to face the reality that from now on all the voices and songs will only be a recorded memory of his past.

—–
If my voice can reach far into the sky, I want him to know that:

“Chester, you have millions of reasons to be missed
And I never resent you
And when I’m feeling empty
I’ll take out my headphone, open my box of memories and listen to your voice.”

“Thank you for using your voice to save this flickering light in a sky of a million stars.”
“Thank you for telling me that I’m not alone in this hell I’ve been through.”
“Thank you for helping me face all the mistakes I’ve done, all the wounds crawling in my skin, all the people that think they’re never wrong, and all the face hiding beneath my skin.”

“Finally, Thank you for being one of the reasons for me to say I’m glad I was born into this world.”

“Your music saves lives, Chester.
Thank you so much for saving me.”

-Reptilian

———————————-
ย้อนกลับไปค.ศ. 2003 ตอนนั้นผมยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆที่ยังฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะออกด้วยซ้ำ ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเพลงชื่อ Numb และตกหลุมรักวง Linkin park เป็นครั้งแรก

—–
ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของเพลงแต่ละเพลง ยังไม่เข้าใจแม้กระทั่งแกรมม่าและศัพท์ที่พวกเขาร้องด้วยซ้ำ

ผมเพียงแค่รู้สึกว่าทำนองและเสียงร้องมันเชื่อมกับความรู้สึกบางอย่างข้างในใจ

—–
เวลาผ่านไป ผมที่ทั้งได้เรียนภาษามากขึ้นและเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในชีวิตมากขึ้น ก็เริ่มเข้าใจความหมายของเพลงมากตามไปด้วย

แต่ละประโยคที่เชสเตอร์กรีดร้องออกมา เริ่มตรงกับความรู้สึกภายในใจของผมมากขึ้นทุกวันๆ

มันอาจจะมีบ้างที่ผมย้ายไปฟังเพลงของวงอื่นๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมรู้สึกอยากจะกลับสู่ที่ที่ทำให้ผมสบายใจ ผมก็จะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่และเปิดเพลงของ Linkin Park

—–
จนกระทั่งวันที่ 20 กรกฏาคม ค.ศ.2017 ผม ตอนที่ผมทราบข่าวการจากไปของเชสเตอร์ ในตอนนั้นผมไม่รู้สึกอะไรเลย ราวกับว่าจิตใจของผมไม่สามารถจะแสดงทั้งความรู้สึกและความสับสนออกมาได้

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งวันเต็มๆ ก่อนที่ผมจะเริ่มรู้สึกเศร้าและร้องไห้ออกมา และเผชิญหน้ากับความจริงว่าเสียงที่ผมจะได้ยินหลังจากนี้จะเป็นเพียงบันทึกในอดีตของเขาเท่านั้น

—–
ถ้าหากเสียงของเราสามารถส่งไปถึงคนที่จากไปแล้วได้จริงๆ ผมก็อยากให้เขารู้ว่า

“เชสเตอร์ คุณได้สร้างอะไรมากมายให้พวกเราหลายล้านจดจำ
และผมไม่โกรธเคืองคุณเลยสักนิด
และทุกๆครั้งที่ผมรู้สึกว่างเปล่า
ผมจะหยิบหูฟังของผมที่เป็นเหมือนกล่องแห่งความทรงจำขึ้นมาและฟังเสียงของคุณ”

“ขอบคุณ ที่ใช้เสียงของคุณเพื่อช่วยแสงเล็กๆนี้ ที่กำลังจะดับลงท่ามกลางท้องฟ้าที่มีดาวนับล้าน”
“ขอบคุณ ที่บอกให้ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนเดียวที่กำลังเผชิญหน้ากับนรกบนดินนี้”
“ขอบคุณ ที่ช่วยให้ผมต่อสู้กับความผิดพลาดทั้งหมดที่ตัวเองเคยก่อ บาดแผลที่คืบคลานอยู่ใต้ผิวหนังของผม ผู้คนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด และต่อสู้กับใบหน้าที่ซ่อนอยู่ข้างในผม”

“สุดท้าย ขอบคุณที่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมพูดว่าผมดีใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้”

“เพลงของคุณช่วยชีวิตคนได้นะ เชสเตอร์
และผมขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมเอาไว้”

-Reptilian


Read my manga on wordpress or  Tapas

อ่านมังงะของผมได้ทาง wordpress หรือ Nekopost

Or follow me on

Facebook page   –   Twitter   –   Deviantart   –   Pixiv

Or donate through

Patreon – Ko-fi

Inktober 2019 Day 14: Overgrown

14

Overgrown / ขึ้นปกคลุม (ภาษาไทยด้านล่าง)

We usually use tall trees as a symbol of growth and abundant, as shrubs and short trees on the floor are looked over.

—–
But actually, the only thing that can create true abundance is the cycle of forestation.

Tall trees are destined to fall over one day, to allow sunlight to shine through to the forest floor and give those small shrubs and sprouts a chance to grow and rise.

If trees refuse to fall, light will never shine to open up a path to the future ahead.

—–
Our society is the same, many system and lifestyle are no longer works well under a new condition, as the world keeps changing.

It’s reasonable to adapt and take out old systems that are no longer serve us and open yourself up to a new understanding and knowledge to create abundance in your life.

Because if you resist the change and refuse to take a step back, you will eventually crumble as the world become a different place to you, and you don’t have a new way to cope with it.

—–
Just like a fallen tree that becomes nutrients to shrubs and sprouts, every old system that was taken down will become experiences and case studies for us to harvest.

And only when we appreciate the significance of both tall trees and small sprouts, we’ll be able to create an eternal abundance in our lives.

-Reptilian

————————————————
พวกเรามักใช้ต้นไม้ที่สูงใหญ่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเติบโตและความอุดมสมบูรณ์ แต่กลับมองข้ามพืชเตี้ยๆที่ปกคลุมพื้นอยู่ด้านล่าง

—–
ในความเป็นจริงแล้ว ป่าไม้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อเกิดการหมุนเวียนของสภาพป่าเท่านั้น

ไม้ใหญ่จำเป็นต้องมีวันที่ล้มลง เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาถึงพื้นเบื้องล่าง เปิดโอกาสให้พืชบุกเบิกและต้นอ่อนที่ยังมีขนาดเล็กได้เติบโตและงอกงามเป็นพืชรุ่นต่อไปที่จะเข้ามาสานต่อความอุดมสมบูรณ์

ถ้าหากพืชต้นเก่าปฎิเสธที่จะล้มลง แสงสว่างก็จะไม่มีวันส่องมาเปิดทางให้กับสิ่งใหม่ๆ

—–
สังคมของเราเช่นกัน ระบบและสิ่งของหลายอย่างที่เคยดีในอดีตก็อาจไม่เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอีกแล้ว

มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องคอยเปลี่ยนแปลงระบบและวิถีเก่าๆที่ไม่ได้ส่งประโยชน์ให้เราเท่ากับสมัยก่อน เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจใหม่ๆที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นได้เข้ามาสานต่อความอุดมสมบูรณ์ของมนุษย์ต่อไป

ถ้าหากระบบเก่าปฎิเสธที่จะเปลี่ยนแปลงและถอยลงมา สักวันเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิม ทุกอย่างก็จะต้องล้มลงเพราะพวกเราไม่มีระบบใหม่เข้ามารองรับ

—–
เช่นเดียวกับต้นไม้ใหญ่ที่ล้มลงและกลายเป็นสารอาหารอันมีค่า เราก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์และศึกษาจากระบบเก่าที่ถอยลงมาได้เช่นกัน

และเมื่อเราเห็นคุณค่าของทั้งต้นไม้เก่าแก่ที่สูงใหญ่และยอดอ่อนที่เยาว์วัยเท่านั้น เราจึงจะสามารถสร้างความอุดมสมบูรณ์ที่ยั่งยืนชั่วนิรันดร์ให้กับตัวเราเอง

-Reptilian


Read my manga on wordpress or  Tapas

อ่านมังงะของผมได้ทาง wordpress หรือ Nekopost

Or follow me on

Facebook page   –   Twitter   –   Deviantart   –   Pixiv

Or donate through

Patreon – Ko-fi